วิธีการปลูกดอกกระเจียวที่ถูกวิธี และให้ผลผลิตที่ดีควรปลูกอย่างไร

          ว่าด้วยเรื่องวิธีการปลูกดอกกระเจียว  ก่อนอื่นต้องบอกว่า ต้นกระเจียวแดงชอบดินที่มีลักษณะดินร่วนปนทราย เพราะเป็นพืชประเภทหัว หากน้ำขังก็อาจทำให้หัวกระเจียวเน่าและตายได้  ถ้าเป็นดินร่วนปนทรายการระบายน้ำจะดีและที่สำคัญการขยายหัวและแตกหน่อจะดีกว่าดินเหนียวแข็งๆด้วย  ระยะห่างในการปลูกที่ดีคือ 80 x 50 ซม. คือระหว่างแถว 80 ซม. และระหว่างต้น 50 ซม. เป็นระยะที่เหมาะสมครับ

ถ้าเราปลูกโดยใช้ต้นพันธุ์ควรขุดหลุมลึกเท่าไหร่

          หากเรานำต้นพันธุ์แบบเพราะใส่ถุงควรขุดหลุมลึกประมาณ 15 – 20 ซม. ก็พอ  พูดง่ายๆคือให้เราคำนึงว่าไม่ให้หัวกระเจียวโผล่ขึ้นมาบนดิน  แต่ไม่ควรจะขุดลึกมาก เพราะรากของกระเจียวแดงจะหากินบริเวณผิวดิน  สิ่งที่จะทำให้หัวกระเจียวโผล่พ้นดินแล้วจะทำให้การขยายหน่อไม่ดี คือ เวลาเราดายหญ้ารอบๆจะทำให้ดินบริเวณโคนต้นกระเจียวออกไปด้วย  วิธีแก้คือหลังจากกำจัดหญ้าออกก็ควรจะกลบดินไปที่โคนต้นให้ได้ระดับเดิมด้วย  อีกสาเหตุหนึ่งคือการชะล้างหน้าดินจากฝน  แต่ก็ไม่ถึงกับรุนแรงนัก

          ส่วนการจะใส่ปุ๋ยรองพื้นหรือไม่นั้นก็ตามที่เราสะดวกครับ  ถ้าจะรองก็ใส่ปุ๋ยคอก 1 กำมือก็เพียงพอครับ แต่ถ้าท่านได้รับต้นพันธุ์ส่งทางพัสดุ แบบล้างราก ก็ยังไม่ต้องใส่ปุ๋ยรองพื้นก็ได้้ ให้ต้นกระเจียวตัั้งตัวก่อน ประมาณ 2 สัปดาห์์ ถึง  เดือน ค่อยเริ่มใส่ปุ๋ย

 

            ปลูกกระเจียวแดงแบบยกร่องหรือไม่ยกร่อง แบบไหนดีกว่ากัน

          ก่อนอื่นเราต้องดูที่สภาพของพื้นที่ที่เราจะปลูกกระเจียวเสียก่อนครับ  ถ้าดินเราระบายน้ำดีเช่น ดินร่วนปนทราย หรือพื้นที่มีความลาดเอียงที่น้ำไหลออกได้ก็ไม่จำเป็นต้องยกร่อง  ถ้าเดินมีดินเหนียวเยอะและเป็นที่ราบเสมอกันระบายน้ำไม่ดีก็ควรยกร่อง เพื่อระบายน้ำออกได้เร็ว ความสูงของร่องก็ประมาณ 30 – 50 ซม. กำลังดีครับ  ข้อดีของการยกร่องคือการระบายน้ำที่ดี แต่ข้อเสียของการยกร่อง คือ หัวและรากของต้นกระเจียวมักจะโผล่ง่ายครับ

          วัชพืชหรือหญ้าคือสิ่งที่เป็นปัญหาที่สุดของการปลูกต้นกระเจียวแดง

          หญ้า ต้องบอกว่าเป็นปัญหาหลักในการปลูกต้นดอกกระเจียวแดงก็ว่าได้  แม้จะไม่ได้สร้างความเสียหายให้ต้นดอกกระเจียวก็ตาม  แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ แย่งอาหาร หญ้าเมื่อเติบโตเต็มที่ก็จะเท่ากันกับต้นกระเจียวเลย  ทำให้การเก็บดอกค่อนข้างลำบากเพราะหญ้าบัง ฯลฯ ยิ่งถ้าปล่อยให้ยาวมากการกำจัดก็จะยิ่งยากขึ้น  ดังนั้นเราควรกำจัดหญ้าอย่างน้อย 20 วันต่อครั้ง การปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ หากเราดูแลแค่คนเดียวก็สามารถดูแลได้แต่เราจะไม่สามารถทำอย่างได้มากนัก  เพราะช่วงเช้าถึงเที่ยวก็คือการเก็บดอกกระเจียวขายทุกวัน ยิ่งถ้าขายปลีกเองยิ่งใช้เวลาเพิ่มขึ้น เวลาที่เหลือคือการกำจัดหญ้า  เพราะหากเราทำคนเดียวก็ทยอยดายหญ้าวันละนิด พอดายหญ้าไปถึงที่สุดท้ายของสวน  ส่วนที่เราทำตอนแรกหญ้าก็จะเริ่มยาวขึ้นมาอีก  ที่สวนใช้วิธีจ้างแรงงานมาจัดการเลย  ฤดูกาลหนึ่งก็ประมาณ 4 ครั้ง ต้นทุนประมาณ 4,000 บาท  หรือใครสามารถหาวัสดุคลุมดินได้จะดีมาก เช่น ฟางข้าว  นอกจากจะทำให้หญ้าเกิดได้น้อยแล้วยังช่วยให้ดินชุ่มชื้นอยู่ได้นาน การแตกหน่อก็จะดีขึ้นนั่นเอง เมื่อหน่อเยอะดอกก็จะเยอะตามมา

          ปุ๋ยแบบไหนที่ต้นดอกกระเจียวชอบ และมีขั้นตอนการใส่อย่างไร

          ต้นดอกกระเจียวไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมีใดๆเลย  เพราะปุ๋ยที่ชอบคือปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยมูลสัตว์  ปุ๋ยที่เหมาะที่สุดคือ ปุ๋ยหมักครับ  เพราะต้นกระเจียวสามารถดูซึมธาตุอาหารได้เร็วที่สุด  และที่สำคัญคือเพิ่มอินทรีวัตถุให้ดินด้วย  ทำให้ดินไม่แข็งกระด้าง ซึ่งเหมาะกับพืชที่ขยายทางหัวอย่างต้นกระเจียว  ถ้าเป็นปุ๋ยหมักเราควรใส่เดือนละ 1 ครั้ง ถ้าทำปุ๋ยหมักเองควรใส่ในอัตรา 0.5 – 1 ตัน ต่อไร่  หากเราไม่มีปุ๋ยหมักก็สามารถใส่มูลสัตว์ได้  โดยปุ๋ยมูลสัตว์ที่แนะนำคือ มูลไก่ผสมแกลบจะดีที่สุด  ส่วนปุ๋ยมูลวัวและมูลควาย  ปกติจะใส่ประมาณ 50-70 กระสอบ ต่อ 1 ไร่ ใส่ 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง คือช่วงต้นฤดูฝนกับกลางฤดูฝน  ปุ๋ยมูลวัวและมูลควายจริงๆแล้วไม่แนะนำครับ  เพราะจะมีเมล็ดหญ้าผสมมาด้วย  จะทำให้เกิดหญ้าได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าหาอย่างอื่นไม่ได้ก็ใส่ได้ไม่มีปัญหาครับ

          ปลูกดอกกระเจียวต้องใช้ยาฆ่าแมลงหรือไม่

                จริงๆ แล้วผมได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องศัตรูพืชของต้นกระเจียวไปแล้วนะครับ  ท่านที่ยังไม่ได้อ่านก็สามารถกลับไปอ่านได้ครับ  แต่ในบทความนี้ผมจะสรุปให้ท่านได้ทราบว่า ต้นดอกกระเจียวเหมาะแก่การปลูกแบบอินทรีย์ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีใดๆทั้งสิ้น ก็สามารถปลูกให้ได้ผลผลิตที่ดีได้ครับ  อยากรู้ข้อมูลเรื่องศัตรูของต้นดอกกระเจียว  สามารถเปิดอ่านได้ที่ ศัตรูพืชของต้นกระเจียวแดง

                ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การปลูกต้นดอกกระเจียวคือช่วงไหน

                การปลูกต้นดอกกระเจียวแดง มี 2 วิธี คือ

ปลูกโดยใช้หัวพันธุ์  ควรปลูกในช่วงเดือนมีนาคม  เพราะเป็นช่วงที่เริ่มมีฝนแล้ว  ซึ่งช่วงต้นเดือนเมษายน  ต้นกระเจียวก็จะเริ่มแทงหน่อใหม่ขึ้นพ้นดิน  และเจริญเติบโต ประมาณ 2 ก็จะเริ่มออกดอกให้เราเก็บขายได้แล้ว

ปลูกโดยใช้ต้นพันธุ์   ปลูกได้ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม จนถึงเดือนสิงหาคม  แต่ช่วงที่ดีที่สุด คือ เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม เพราะต้นพันธุ์ดอกกระเจียวจะโตเต็มที่พร้อมปลูกแล้ว  ปลูกไม่นานประมาณ 1.5  เดือน ก็จะออกดอกให้เก็บได้แล้ว  และมีเวลานาพอที่จะแตกหน่อยขยายกอให้ใหญ่ได้จำนวนที่เยอะ  จริงๆแล้วกันยายนก็ปลูกได้แต่ไม่ค่อยดีนัก เพราะระยะเวลาน้อยเกินไปในการแตกหน่อก็มีจำนวนน้อย  เพราะช่วงกลางเดือนตุลาคม ฝนหมดกระเจียวก็จะไม่แตกหน่อใหม่แล้ว

สำรับท่านที่มีข้อสงสัยในการปลูกดอกกระเจียวแดงพันธุ์ใหม่ หรือกระเจียวหวาน หรือบางคนก็เรียกกระเจียวพันธุ์เพชรน้ำผึ้ง ก็ตาม ที่นอกเหนือจากที่อธิบายไปแล้วข้างต้นสามารถทิ้งคำถามไว้ใต้บทความนี้ได้เลยครับ  หรือจะติดต่อตามช่องทางการติดต่อต่างๆด้านล่างนี้ครับ

สนใจสอบถามหรือสั่งซื้อพันธุ์ดอกกระเจียวแดง

คุณรัศมี
โทร : 094-9356426
Line ID: russameekk
เพจ : ขายพันธุ์ดอกกระเจียว
กลุ่ม FB : https://www.facebook.com/groups/dokkrachiao/
หรือจะคอมเม้นท์ถามใต้บทความนี้ได้เลยครับ หากท่านใดสนใจอยากมาเยี่ยมที่สวนฮักเกษตรของเราก็โทรนัดได้ครับ ที่อยู่สวนฮักเกษตร 14 ม.3 ตำบลเหล่า อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

12
แสดงคิดเห็น

avatar
6 Comment threads
6 Thread replies
0 Followers
 
Most reacted comment
Hottest comment thread
8 Comment authors
สกุณา นารินทร์ปฐมพงษ์อำคาHugKaSetจักรกฤษ Recent comment authors
  Subscribe  
newest oldest most voted
Notify of
พระสายชลสุมโน
แขก
พระสายชลสุมโน

พันธเพชรน้ำผึ่งมีไหม .กิโลเท่าไหร่

naphat
แขก
naphat

พี่ครับการใส่ปุ๋ยกระเจียวหวานสีแดง ควรใส่ระยะไหนและใช้สูตรไหนบ้าง

จักรกฤษ
แขก
จักรกฤษ

พ้นธุ์กระเจียวขายยังไงครับ

อำคา
แขก
อำคา

ราคาเท่าไหรคับสนใจ

ปฐมพงษ์
แขก
ปฐมพงษ์

ตอนนี้มีหัวพันยังคับ

สกุณา นารินทร์
แขก
สกุณา นารินทร์

เมื่อกระเจียวต้นตายต้องขุดหัวขึ้นเก็บไหม