ปทุมมา/กระเจียว

ปทุมมา/กระเจียว
        ไม้ดอกเมืองร้อนออกดอกช่วงฤดูฝนพักตัวในฤดูหนาว ถิ่นกำเนิดแถบเอเชีย จีน อินเดีย พม่า ไทย ลาว มาเลเซีย ทั่วโลกกว่า 70 สายพันธุ์ เฉพาะประเทศไทยมากกว่า 30 สายพันธุ์
กระเจียว กาเตียว จวด หรืออาวแดง ไม้ดอกพื้นถิ่นประดับท้องทุ่ง ที่ชาวบ้านคุ้นเคย ใช้เป็นอาหารและพืชสมุนไพร กระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปทุกภาคของประเทศ พบมากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังชั้นล่าง มีหลากสกุลย่อย อาทิ กระเจียวขาว กระเจียวโคก กระเจียวส้ม กระเจียวเหลืองแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระเจียวบัว บัวบก บัวสวรรค์ ขมิ้นโคก อาวหลวง หรือปทุมมา ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคอินโดจีน


        เขียวมรกต ลำต้นเตี้ย ใบแผ่ เส้นกลางสีเขียว ก้านดอกเล็กสั้น กลีบประดับสีเขียวเข้ม ดอกจริงสีขาวและม่วงอ่อน


        แดงใหญ่ ลำต้นสูง ใบแผ่ เส้นกลางสีแดง ก้านดอกตรงแข็งแรง กลีบประดับกว้าง สีชมพูเข้ม ปลายน้ำตาลแดง ดอกจริงสีม่วง

        แดงวิเชียร ลำต้นเตี้ย ใบรีแผ่ห้อย เส้นกลางสีเขียว ก้านดอกตรงเล็ก กลีบประดับสีชมพูเข้มปลายสีเขียวเรียงเป็นชั้น ดอกจริงสีม่วงอ่อน


        ปากนกแก้วหรือบัวลาย ลำต้นเตี้ย ใบแผ่กว้าง เส้นกลางสีเขียว ก้านดอกเล็กตรงแข็งแรง กลีบประดับสีชมพูแกมน้ำตาลเรียงเป็นชั้น ดอกจริงสีม่วงอ่อน


        เชียงใหม่พิ้ง ลำต้นสูง ใบกว้าง เส้นกลางสีน้ำตาล ก้านช่อดอกตรงแข็งแรง กลีบประดับสีชมพูอ่อน ปลายแต้มเขียวเล็กน้อย 13-15 กลีบเรียงเป็นชั้นคล้ายดอกบัว ดอกจริงสีขาว


         เขียวช็อกโกแลต ลำต้นสูง ใบแผ่ห้อย เส้นกลางสีเขียวก้านดอกตรงแข็งแรง กลีบประดับแคบสีเขียวอ่อน ส่วนล่างสีน้ำตาลแกมเขียว ดอกจริงสีม่วงอ่อน


        บุ่งล่อง ลำต้นเล็กเตี้ย ใบกว้างแผ่ตั้ง ก้านดอกเล็ก กลีบประดับสีขาวปลายเขียว เรียงเป็นชั้นคล้ายดอกบัวบาน ดอกจริงสีม่วง


        Sweet Heart ลำต้นเตี้ย ใบแผ่ตั้งสีเขียว เส้นกลางสีน้ำตาล ก้านดอกเล็กตรงแข็งแรง กลีบประดับสีชมพูเรียงเป็นชั้นคล้ายดอกบัวบาน ดอกจริงสีขาว

        ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของปทุมมา ดอกออกเป็นช่อ ประกอบด้วยกลีบประดับเรียงซ้อนทรงกระบอก โอบรอบโคนช่อดอกย่อย ใบประดับส่วนล่างเรียงติดซ้อนทับกัน ซ่อนดอกจริงไว้ข้างใน ใบเดี่ยวรูปรีแคบและป้อม ประกอบด้วยกาบใบ ก้านชูออกจากลำต้นเทียม วนมนหรือเรียว ปลายป้านหรือแหลม ขอบเรียบหรือเป็นคลื่น มีเส้นเสียงขนาน ไม่เชื่อมกับเส้นกลางใบ


        เหง้าหรือกาบใบ ห่อตัวแน่น คล้ายแง่งขิง เจริญเติบโตเป็นลำต้นเทียมเหนือพื้นดิน


        ราก ระบบรากฝอย ปลายพวงเป็นตุ้ม สะสมอาหารช่วงพักตัวและเจริญพันธุ์ ปทุมมาพักตัวในช่วงอากาศแห้งแล้งช่วงวันสั้นประมาณเดือนกันยายน และพร้อมงอกใหม่เดือนมีนาคม ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี อาทิ เพาะเมล็ด แยกหรือผ่าเหง้า และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ช่วงเหมาะสมคือฤดูฝน ปลูกในภาชนะ ดินที่มีอินทรีย์วัตถุสูง ระบายน้ำดี วางยอดชี้ลง 3 ถึง 5 เท่า กบดิน 5 เซนติเมตร รดน้ำวันละครั้งประมาณ 8 นาฬิกา ปริมาณเพียงพอและสม่ำเสมอทุกวัน ยกเว้นฤดูฝน ใส่ปุ๋ยเดือนละครั้ง ช่วยสะสมอาหารในเหง้าและรากมากขึ้น ดอกจะมีคุณภาพสูง ดอกจริงบาน 3-5 ดอก ติดใบ 1 ถึง 2 ใบ ก็ตัดได้ ควรตัดตอนเช้า เมื่อใบและลำต้นแห้ง และยุบตัว เหลือแต่เหง้าและรากใต้ดิน งดน้ำ ให้หัวพันธุ์สะสมอาหารและไม่เน่าเสีย
       

ปทุมมามีสรรพคุณทางยาตั้งแต่
        *ดอก บำรุงประสาท ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับเหงื่อ ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ ป้องกันและลดหวัด ลดไขมันในเส้นเลือด แก้ขัดปัสสาวะ
        *‎ใบและยอดอ่อน บด ผ่า ลดอาการพกช้ำ
        *‎ราก เหง้า และดอกอ่อน ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับลม ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ลดอาการเจ็บคอ ลดไข้ ลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงและป้องกันโรคมะเร็ง บรรเทาอาการหวัด อาการท้องร่วง ผ่าพอกรักษาแผล ขับปัสสาวะ และต้านอนุมูลอิสระ

        ปทุมมาและกระเจียว เป็นดอกไม้พื้นถิ่นของภาคอีสาน เราก็เลยต้องการที่จะส่งเสริม นำเอาปทุมมามาปลูกในพื้นที่อีสาน จังหวัดบุรีรัมย์ แต่พันธุ์ที่โชว์เด่นๆ อย่างเช่น ขาว…ปราง ชมพูมะลิ เชียงใหม่พิ้ง เขียวมรกตเขียวช็อกโกแลต เราจะโชว์ในทุกๆเทศกาลช่วงของมิถุนายนถึงสิงหาคม***

***ไม้ดอกพื้นถิ่น เคยเป็นเพียงอาหารและยารักษาโรค ยังปรับปรุงพันธุ์เป็นไม้ประดับหลายรูปหลากสีมีราคา แล้วคุณจะไม่ปรับปรุงพันธุ์เป็นมากกว่าธรรมดา เพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพถึงขั้นไม่ธรรมดาเลยหรือ

 

ที่มา : กระจกหกด้าน

แสดงคิดเห็น

avatar
  Subscribe  
Notify of